วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2551

อุดมการณ์ความเสียสละ

"...สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ทั้งกาย วาจา และใจของเรา คือเราเป็นลูกพ่อเดียวกัน คือรัชกาลที่ ๕ ได้กำเนิดพวกเรามา ทุกคนเป็นลูกของท่าน ฉะนั้นเราคือคนที่มีพ่อคนเดียวกัน เรื่องนี้ต้องไม่เปลี่ยนแปลง และไม่มีวันจะเปลี่ยนแปลง เราปฏิญาณคำสัตย์ปฏิญาณคำเดียวประโยคเดียวมาตลอด (ข้าพระพุทธเจ้าจักรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต) สิ่งนี้จะต้องไม่เปลี่ยนแปลง เราต้องยึดมั่นทั้งโดยเลือดเนื้อ วิญญาณของความเป็นนักเรียนนายร้อย จปร...."
ส่วนหนึ่งจากคำบรรยายพิเศษที่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้ให้ไว้กับนักเรียนนายร้อย ณ หอประชุมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๙ สะท้อนให้เห็นถึงบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่คนในสถาบันแห่งนี้ต้องยึดถือ และยอมรับว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต เป็นอุดมการณ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐานอันดีงามในการดำเนินชีวิต โดยคาดหวังว่าสายธารแห่งการพิทักษ์รักษามาตุภูมิแห่งนี้จะคงอยู่ตลอดไปไม่เหือดแห้งหายไปตามกาลเวลา

สถานการณ์ความรุนแรงของการก่อการร้ายในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จากเหตุการณ์บุกเข้าปล้นปืนทหารกองพันพัฒนาที่ ๔ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และฆ่าทหารชาวไทยพุทธที่เข้าเวรยามเสียชีวิต ๔ นาย แล้วยึดเอาอาวุธปืนเล็กยาว M 16 ไปได้เกือบ ๔๐๐ กระบอก จนมาถึงการบุกเข้าเผาสถานที่ราชการ ระเบิดเส้นทางรถไฟ ยานพาหนะ และการเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิง คนแก่ ไม่เว้นแม้แต่พระภิกษุสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยม รายละเอียดปรากฏเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ตามที่ได้ทราบกันทั่วไปอยู่แล้วนั้น ใครเลยจะคาดคิดว่าท่ามกลางความรุนแรงดังกล่าวจะมีนักเรียนนายร้อย ๖ นายจาก กลุ่ม “Share smile” แต่งเครื่องแบบนักเรียนฯ เดินทางบนถนนลูกรังฝ่าสวนยางเข้าไป เพื่อเอาของที่ได้รับการบริจาค เช่น สมุด หนังสือแบบเรียน และเครื่องเขียนไปให้เด็กๆ ถึงโรงเรียนที่ถูกเผาในพื้นที่ โดยได้รับการต้อนรับอย่างดีจากโต๊ะอิหม่ามและโต๊ะครูด้วยความไว้วางใจและซาบซึ้งใจ ทำให้พวกเขาเกิดความคิดที่จะพิทักษ์รักษาแผ่นดินนี้ขึ้นมาภายหลังว่า “...จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะชนะโดยไม่ต้องรบ...”

ความเสียสละถือได้ว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้สังคมในปัจจุบันสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข แต่การที่จะทำให้คนในสังคมมีความเสียสละได้นั้นจะต้องใช้ระยะเวลาในการปลูกฝังให้มีความสำนึกที่จะต้องเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งกองทัพบกเองได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดีจึงได้ให้มีการรณรงค์ในเรื่องอุดมการณ์แก่ทหาร และประชาชนทั่วไป ในส่วนของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ามีกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์ในเรื่องความเสียสละที่น่ายกย่อง และนำมากล่าวถึงในที่นี้
การที่นักเรียนนายร้อยมีอุดมการณ์ความเสียสละได้นั้นจะต้องมีกระบวนที่สร้างเสริมอุดมการณ์ให้เกิดขึ้น โดยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเป็นสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของกองทัพบก มีหน้าที่ให้การศึกษาอบรมแก่นักเรียนนายร้อยเพื่อให้เป็นนายทหารสัญญาบัตรที่มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นนายทหารหลักของกองทัพ ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปแล้วจะต้องทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คือ การพิทักษ์รักษาเอกราช ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการพัฒนาประเทศ ( มาตราที่ ๗๒ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี พ.ศ. ๒๕๔๐) การจะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่นายทหารเหล่านี้จะต้องมีจิตสำนึกหรือมีอุดมการณ์ของความเสียสละ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ทั้งในความรู้สึกนึกคิด และการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้เองโรงเรียนนายร้อยฯ จำเป็นต้องมี “กระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์” ที่จะบ่มเพาะให้นักเรียนนายร้อยมีจิตสำนึกสาธารณะ มีอุดมการณ์พร้อมที่จะรับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ซึ่งกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์ดังกล่าวมีทั้งแบบที่เป็นทางการ มีวัตถุประสงค์ มีกิจกรรม มีระยะเวลาในการดำเนินการ ตลอดจนมีผู้รับผิดชอบที่แน่นอน อันได้แก่ ระบบนักเรียนนายร้อยใหม่ ระบบนักเรียนอาวุโส ระบบนักเรียนผู้บังคับบัญชา ระบบเกียรติศักดิ์ ระบบการปกครอง ระบบความเหมาะสมในการเป็นผู้นำ รวมทั้งกิจกรรมเสริมสร้างอุดมการณ์อื่นๆ เช่น การสวนสนามราชวัลลภ การสวนสนามสาบานต่อธงชัยเฉลิมพล (พ.อ. เฉลิมพล ธรรมสุนทร,๒๕๔๗:๒๗- ๓๐) นอกจากนี้โรงเรียนนายร้อยฯ ยังมีกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่เป็นทางการ หรือเรียกว่า กระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์ทางอ้อม เช่น ระบบซ่อม กิจกรรมของชมรมพัฒนาสังคมในอดีต กิจกรรมของกลุ่ม “Share smile” ระบบและกิจกรรมต่างๆ ทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการเหล่านี้ ล้วนเป็นกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์ให้เกิดขึ้นแก่นักเรียนนายร้อยด้วยกันทั้งสิ้น ในการที่จะทำให้นักเรียนนายร้อยเห็นความสำคัญของประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ส่วนตัว มีจิตใจรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความภาคภูมิใจในเกียรติยศและศักดิ์ศรี มีลักษณะทหารที่ดี กล้าหาญ และเสียสละ พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา

บทความนี้เป็นการศึกษาปรากฏการณ์การรวมตัวกันของกลุ่มนักเรียนนายร้อยจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และนิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่เรียกกลุ่มของตัวเองว่า กลุ่ม “Share smile” ได้ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมจนเป็นที่กล่าวขวัญกันของคนทั่วไป โดยวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
ประการแรก เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมา วัตถุประสงค์ แนวความคิดทางด้านอุดมการณ์ และการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม “Share smile”
ประการที่สอง เพื่อศึกษากระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์ของกลุ่ม “Share smile” และประโยชน์ที่ได้รับเพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นตัวแบบ (Model) ในการเสริมสร้างอุดมการณ์ให้แก่นักเรียนนายร้อยต่อไป

ความหมายของคำว่า “อุดมการณ์”
อุดมการณ์ เป็นศัพท์ทางด้านวิชารัฐศาสตร์ มาจากคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ Ideology ซึ่งนักปรัชญาและนักวิชาการได้ให้ความหมายไว้แตกต่างกันดังนี้ (ดร. กระมล ทองธรรมชาติ อ้างในอุดมการณ์ของชาติ ๒๕๒๖ : ๒๙ – ๔๒)
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้นิยาม อุดมการณ์ ว่าหมายถึง “อุดมคติอันสูงส่งที่จูงใจมนุษย์ให้พยายามบรรลุถึง” และให้นิยามคำ อุดมคติ ว่าคือ “จินตนาการที่ถือว่าเป็นมาตรฐานแห่งความดี ความงาม และความจริงทางใดทางหนึ่งที่มนุษย์ถือว่าเป็นเป้าหมายแห่งชีวิตของตน”

คาร์ลมาร์ก และเฟรดริค เองเกลส์ ให้ความหมายว่า “ อุดมการณ์เป็นวิธีคิดของชนชั้นหนึ่ง ซึ่งต้องการรักษาผลประโยชน์ตามชนชั้นของตนไว้ และพยายามเผยแพร่ความคิดของตนให้ชนชั้นอื่นในสังคมยอมรับและนับถือ”

ทาลคอท พาร์สัน (Talcot Parsons) อธิบายว่าอุดมการณ์ “เป็นระบบความคิดโดยทั่วไป ที่สมาชิกของชุมชนหนึ่งยึดถือร่วมกัน”

กมล สมวิเชียรให้ความหมายของอุดมการณ์โดยการดัดแปลงจากความหมายของ Ideology ใน Webster Dictionary ว่าเป็น “ความคิดเกี่ยวกับชีวิตและสังคมอันมีลักษณะเป็นแบบแผน และเป็นที่ยึดถือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”

ชัยอนันต์ สมุทวนิช อธิบายความหมายของอุดมการณ์โดยอาศัยความหมายของ Ideology ซึ่งจอห์น ปลาเมแนทส์ ให้ไว้ว่า หมายถึง “ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องที่มีความสำคัญต่อกลุ่ม ซึ่งคนในกลุ่มยอมรับและนำไปใช้เป็นหลักเกณฑ์และแนวทางในการปฏิบัติตัวและการดำเนินชีวิตอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งช่วยยึดเหนี่ยวคนในกลุ่มไว้ด้วยกัน”

สำหรับผู้เขียนเห็นว่า อุดมการณ์เป็นเรื่องของความคิด ความเชื่อของกลุ่มเกี่ยวกับเป้าหมายสูงสุดของชีวิต เป็นแบบแผนแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีและถูกต้องที่กลุ่มยอมรับ ขณะเดียวกันยังช่วยยึดเหนี่ยวสมาชิกของกลุ่มเข้าไว้ด้วยกัน ดังจะเห็นได้จากคำกล่าวของท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นที่ชี้ให้เห็นถึงความคิดความเชื่อที่ยึดเหนี่ยวผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยฯเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง มีผู้ให้กำเนิดคือ รัชกาลที่ ๕ เหมือนกัน และมีเป้าหมายแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ต้องอุทิศตัวเพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช ความมั่นคงของชาติ

อุดมการณ์ที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร
จากความหมายของคำว่าอุดมการณ์ จะเห็นได้ว่าอุดมการณ์มีความสำคัญต่อการดำรงคงอยู่ของกลุ่ม ซึ่งหากได้พิจารณาต่อไปถึงสังคมหรือประเทศชาติแล้วจะมีประโยชน์ดังต่อไปนี้
๑. ช่วยผูกพันคนในชาติเข้าด้วยกัน และก่อให้เกิดความเห็นพ้องต้องกันในเป้าหมายของชาติได้ง่าย ทำให้สมาชิกในสังคมนึกถึงความสัมพันธ์ของเขากับสมาชิกอื่นในสังคม เกิดความปรารถนาร่วมกันในอันที่จะปรับปรุงสังคมที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้นและเป็นธรรมมากขึ้น
๒. ช่วยชี้ให้สมาชิกในสังคมเห็นถึงความเสื่อมโทรมของสังคมในปัจจุบัน และเห็นแนวทางสัมพันธ์ชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต ทำให้สังคมที่เฉื่อยชาพัฒนาเป็นสังคมที่มีพลังผลักดันภายในให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับเวลาและสภาพแวดล้อมที่เป็นจริงได้
๓. ช่วยทำให้สมาชิกในสังคมใช้เป็นเหตุผลอ้างอิงสำหรับความประพฤติและการปฏิบัติประจำวันของมนุษย์ ซึ่งจะนำไปสู่ความยุติธรรมในสังคม พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่และสิทธิของบุคคลในสังคมด้วย ทำให้มวลสมาชิกในสังคมหรือประเทศชาติยอมรับในกฎเกณฑ์ของระบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่เป็นอยู่ในขณะนั้น และแก้ไขส่วนที่ขัดแย้งกันโดยสันติวิธี และจากประโยชน์ของอุดมการณ์ที่ดีที่มีต่อสังคมหรือประเทศชาติดังกล่าว จึงมีความจำเป็นที่ประเทศชาติควรจะต้องมีสิ่งที่ทำให้ประชาชนในชาติเกิดความเชื่อถือร่วมกัน ศรัทธาและยึดมั่นในสิ่งอันเดียวกัน ดำเนินการร่วมกันภายใต้แนวทางที่ชัดเจน หรือกล่าวสั้น ๆ ว่า ประเทศชาติควรต้องมีระบบความคิดในชาติที่ยึดถือได้เป็นส่วนรวม เพื่อการธำรงรักษาชาติ และทุกคนในชาติต่างมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติให้บรรลุถึงร่วมกัน ซึ่งเราเรียกว่า “อุดมการณ์ของชาติ” (นต. ประสงค์ สุ่นศิริ อ้างในอุดมการณ์ของชาติ ๒๕๒๖ : ๔๕- ๕๕)

กระบวนการหรือวิธีการเสริมสร้างอุดมการณ์
กระบวนการหรือวิธีการเสริมสร้างอุดมการณ์เพื่อให้สมาชิกในกลุ่ม หรือในสังคมเดียวกัน ยอมรับเข้าไปเป็นเป้าหมายและแนวทางในการดำเนินชีวิต มีวิธีการสำคัญดังนี้
๑. การบีบบังคับ ได้แก่ การใช้กำลังอำนาจที่มีอยู่บีบบังคับให้เกิดภาวะจำยอม และไม่มีทางเลือกอื่นได้
๒. การขู่เข็ญ คุกคาม ได้แก่ การสร้างให้เกิดความหวาดกลัว ประหวั่น พรั่นพรึงและหมดกำลังใจที่จะต่อต้าน
๓ การปลูกฝัง ได้แก่ การสร้างอุดมการณ์ให้เป็นที่เชื่อถือและเกิดความศรัทธา เช่น การชี้ให้เห็นผลดี ข้อที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ความมั่นคงปลอดภัยส่วนตัวและส่วนรวม ชี้ให้เห็นถึงผลที่พึงจะได้รับซึ่งจะนำไปสู่ความเจริญของชาติ
ในสภาพสังคมไทย เรามุ่งเน้นแนวทางประชาธิปไตย การดำเนินการด้านอุดมการณ์ตามที่กำหนดในอุดมการณ์ของชาตินั้นยังให้เกิดผลในการปฏิบัติ ดังนั้นวิธีการปลูกฝังจึงน่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสม โดยมีปัจจัยสำคัญ ๒ ประการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ
๑. การดำเนินการใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติตามอุดมการณ์ได้ก่อให้เกิดผลที่เด่นชัด เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะเป็นเครื่องแสดงเหตุผลความถูกต้องของอุดมการณ์อันจะทำให้อุดมการณ์นั้นมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ จนเป็นที่ยอมรับและศรัทธาว่าเป็นเป้าหมายและแนวทางที่ดีที่สุด
๒. การดำเนินการปลูกฝังด้านกระบวนการอบรมสั่งสอน เช่น การเผยแพร่ผ่านทางสื่อมวลชน การอบรมประชาชน รวมทั้งระบบการศึกษา ทั้งการศึกษาในโรงเรียนและนอกโรงเรียน เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนอย่างมากในการทำให้อุดมการณ์แพร่ขยายอย่างกว้างขวาง ปัจจัยทั้ง ๒ ประการดังกล่าว นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ การดำเนินการใด ๆ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยทั้ง ๒ ประการนี้ควบคู่ไปพร้อมกันคือ ต้องมุ่งผลให้อุดมการณ์นั้นขยายผลออกไปอย่างกว้างขวาง และต้องเป็นที่ยอมรับศรัทธา

การก่อตัวของอุดมการณ์
การก่อตัวของอุดมการณ์มี ๒ ทางใหญ่ๆ ด้วยกันคือ
๑. การก่อตัวจากการได้รับการอบรมสั่งสอน ถ่ายทอดทีละเล็กทีละน้อย จากชนรุ่นหนึ่งไปสู่ชนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่มีการชี้นำที่แน่นอน ปล่อยให้พลังทางสังคมและการเมืองส่งอิทธิพลต่อสมาชิกในสังคมอย่างค่อยเป็นค่อยไป
๒. การก่อตัวจากการป้อนความเชื่อนั้นอย่างเป็นระบบด้วยการวางแผนและควบคุมการถ่ายทอดความเชื่อนั้นเป็นไปโดยมีการกำหนดมาตรการควบคุมความเชื่อที่สถาบันสังคมและการเมืองจะถ่ายทอดไปยังสมาชิกของสังคมอย่างเป็นเอกภาพและมีทิศทางที่แน่นอน (โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก อ้างใน พ.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, ๒๕๔๖ : ๙)
กล่าวโดยสรุป แนวคิดในเรื่องอุดมการณ์และอุดมการณ์ชาติเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงคงอยู่ของกลุ่ม ของสังคม หรือของประเทศชาติที่จะต้องทำให้สมาชิกมีความคิดความเชื่อเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งในการกำหนดเป้าหมายและแนวทางในการปฏิบัติที่กลุ่มหรือสังคมจะพัฒนาก้าวหน้าต่อไป จนสามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมและกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ในการนี้จำเป็นที่สมาชิกในสังคมนั้นๆจะต้องมีกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์ให้สมาชิกใหม่ได้เชื่อถือและยึดมั่น ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้สมาชิกเก่ามีความยึดมั่นในอุดมการณ์ของกลุ่มสืบต่อไป ซึ่งกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์เหล่านี้มีความจำเป็นทั้งในแบบที่เป็นทางการ เช่น ระบบการศึกษา ระบบการทำงานทั้งของทางราชการและเอกชน หรือแบบไม่เป็นทางการ เช่น ผ่านทางสื่อมวลชน หรือผ่านการทำกิจกรรมของกลุ่มองค์กร กลุ่มเอกชนต่างๆ ซึ่งผู้เขียนได้ใช้เป็นกรอบแนวคิดที่จะนำไปศึกษาปรากฏการณ์การรวมตัวกันของกลุ่ม “Share smile” ต่อไป

ประวัติความเป็นมาของ กลุ่ม “ Share smile”
กลุ่ม “ Share smile” ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๖ เริ่มจากนักเรียนนายร้อยรุ่น ๕๓ ในขณะที่กำลังขึ้นเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ ๔ ประกอบด้วย นนร.จักรพงษ์ สอดสี, นนร.ยุทธนา หงส์โม่, นนร.ไพษิต ผิวขาว, นนร.พัชรพล มูสโกภาส, นนร. พงษ์พัฒน์ ธรรมโส, นนร. ภาณุวัฒน์ จันทโกศล, และนนร. รวิ จันทรภาโส มีความคิดที่จะรวมกลุ่มเพื่อนๆในรุ่นทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่สังคม โดยมีแรงบันดาลใจจากที่ได้เห็นการออกไปทำค่ายช่วยเหลือประชาชนในชนบทของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาภายนอก และจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ที่พลังของคนหนุ่มสาวในอดีตสามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของประเทศไทยได้ ดังคำให้สัมภาษณ์ต่อไปนี้
“...สมัยก่อนธรรมศาสตร์เขาพร้อมที่จะเป็นกระจกส่องให้กับประชาชน ก่อนจะสำเร็จการศึกษา เขาต้องลงไปช่วยเหลือประชาชน แล้วเขาก็จะไปลงมือช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งช่วงที่เขาลงก็จะได้ข้อมูลจากชาวบ้าน...เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๑๖ เขาก็เคยพลิกแผ่นดินเปลี่ยนประวัติศาสตร์มาแล้ว อายุก็ประมาณผม ๒๔ – ๒๕ พวกผมก็คิดว่าแล้วทำไมในเมื่อเราเป็นนักเรียนนายร้อยจะทำอย่างนี้บ้างไม่ได้...” ดอน
จึงได้นำความคิดเหล่านี้คุยกับเพื่อนคนอื่นๆในรุ่น ซึ่งมีผู้สนใจที่จะเข้ารวมกลุ่มมากพอสมควร สมาชิกก่อตั้งของกลุ่มฯ ส่วนใหญ่มีประสบการณ์จากการทำกิจกรรมมูลนิธิรัฐบุรุษ และชมรมพัฒนาสังคมมาบ้างแล้ว จึงได้นำข้อดีจากชมรมพัฒนาสังคมและมูลนิธิรัฐบุรุษที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้กับกลุ่ม “Share smile”

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง กลุ่ม “Share smile”
กลุ่ม “Share smile” มีวัตถุประสงค์ คือ ต้องการแบ่งปันรอยยิ้ม แบ่งปันความสุขโดยการเข้าไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ และบางโครงการเป็นการทำกิจกรรมสำหรับผู้ด้อยโอกาสทางสังคมเพื่อให้พวกเขาตระหนักว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งจากสังคม แต่ยังมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่คอยห่วงใยพร้อมที่จะมอบรอยยิ้มและความสุขให้เสมอ นอกจากนี้ยังเป็นการดึงคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำกิจกรรมในโครงการต่างๆ ร่วมกัน ทำให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นต่อกัน

แนวความคิดทางด้านอุดมการณ์ของกลุ่ม “Share smile”
การที่กลุ่มฯได้ทำกิจกรรมต่างๆ นั้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักเรียนนายร้อยคิดทำกันขึ้นมาเอง ดำเนินการเอง โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างจิตสำนึกให้สมาชิกกลุ่มฯ มีความเสียสละช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผู้ยากไร้ ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และสำหรับนักเรียนนายร้อยเป้าหมายที่กลุ่มฯ ต้องการคือ การเป็นนายทหารที่มีอุดมการณ์ในเรื่องของความเสียสละ ความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อสนองพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา กิจกรรมของกลุ่มฯ จะเป็นการใช้เวลาว่างในวันหยุดให้เกิดประโยชน์ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคม ถือเป็นการฝึกการทำงานร่วมกันของสมาชิก ตั้งแต่เริ่มต้นคิดโครงการ การดำเนินงาน จนกระทั่งจบโครงการ อันจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนนายร้อยด้วยกันเอง และยังเป็นการสร้างสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอีกด้วย ในการรวมตัวกันของกลุ่ม “Share smile” จะไม่มีการแต่งตั้งประธานกลุ่ม โดยถือหลักว่าทุกคนใน “Share smile” มีความสำคัญเท่ากันหมด ทุกคนใน “Share smile” มีขีดความสามารถที่จะ “ให้” หรือ “แบ่งปันรอยยิ้มและความสุข” ให้แก่ผู้อื่นได้ทุกคน ตามความชอบ ตามความรู้ ตามความสามารถ และตามความถนัดของตนเอง โดยไม่ต้องมีการบังคับหรือชี้นำจากผู้หนึ่งผู้ใด มีเพียงวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของโครงการเป็นตัวกำหนดกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้ทุกคนเข้าไปทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน แต่อย่างไรก็ดี การดำเนินโครงการในแต่ละครั้งจะมีผู้รับผิดชอบหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป ขึ้นอยู่กับว่าโครงการที่ท่ที่ ๔ อ.เจาะไอร้อง จว.นราธิวาส ำนั้นใครเป็นผู้เสนอ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมแล้ว จะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการไปโดยปริยาย

การดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม “Share smile”
จากวัตถุประสงค์ของกลุ่มฯ ที่ต้องการให้เป็นที่รวมผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานร่วมกัน สามารถเสียสละประโยชน์สุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมได้ ทำให้มีผู้ที่มีอุดมการณ์ตรงกันสนใจที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มฯมากขึ้น ซึ่งนอกจากสมาชิกภายในที่เป็นนักเรียนนายร้อยแล้ว ยังมีสมาชิกภายนอกจากนิสิตนักศึกษาหลากหลายสถาบัน เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมทั้งนักเรียนพยาบาลจากวิทยาลัยพยาบาลทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และ วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุนย์ วิธีการประชาสัมพันธ์ของกลุ่ม จะใช้วิธีการบอกเล่าต่อๆ กันไป ถึงความประทับใจของสมาชิกในการทำกิจกรรมที่ทำผ่านมา ทำให้มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกในลักษณะเครือข่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางโครงการมีสมาชิกเข้ามาร่วมกิจกรรมประมาณ ๒๐๐ คน กิจกรรมของกลุ่ม “Share smile” นั้น นักเรียนนายร้อย จะเป็นผู้ริเริ่มคิดโครงการต่างๆขึ้นมา ดังนั้นโครงการที่จะสามารถดำเนินการได้จึงเป็นช่วงที่นักเรียนนายร้อยไม่มีภารกิจใดๆ โดยความคิดแรกเริ่มของกลุ่มฯ พยายามจัดทำโครงการทุกเดือนสลับกันระหว่างกรุงเทพฯ หรือจังหวัดที่ใช้ระยะเวลาในการเดินทางเพียง ๑ วัน เป็นโครงการเล็กๆ กับโครงการในต่างจังหวัดที่เป็นโครงการใหญ่ ต้องใช้ระยะเวลา ๒ – ๓ วัน โครงการของกลุ่ม ฯ ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน มีทั้งสิ้น ๑๑ โครงการ ดังนี้
๑. โครงการ “Share smile จัดงานปีใหม่ให้กับเด็กกำพร้า” ที่บ้านเด็กอ่อนรังสิต จังหวัดปทุมธานี วันที่ ๒๘ ธ.ค. ๒๕๔๖
๒. โครงการ “Share smile ร่วมดับไฟใต้ ” ที่โรงเรียนในพื้นที่ ๓ จชต. ที่ถูกเผาจากกลุ่มก่อความไม่สงบและการเยี่ยมให้กำลังใจต่อกำลังพลกองพลพัฒนาที่ ๔ จังหวัดนราธิวาส วันที่ ๑๒-๑๔ ม.ค. ๒๕๔๗
๓. โครงการ “ Share smile เยี่ยมบ้านพักคนชรา” ที่บ้านพักคนชราหญิง บ้าน ลำไทร อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี วันที่ ๖ มิ.ย. ๒๕๔๗
๔. โครงการ “ Share smile ทำบุญเข้าพรรษา” ที่บ้านหนองยาง อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว วันที่ ๓๑ ก.ค.- ๒ส.ค. ๒๕๔๗
๕. โครงการ “ Share smile หน้าเปื้อนยิ้ม” ที่สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (บ้านราชาวดี) วันที่ ๓๐ ต.ค. ๒๕๔๗
๖.โครงการ “ Share smile หนาวนี้ที่มูเซอ” ที่หมู่บ้านมูเซอ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันที่ ๑๐-๑๒ ธ.ค. ๒๕๔๗
๗.โครงการ “ Share smile เลี้ยงขนมเด็กกำพร้า” ที่บ้านเด็กอ่อนรังสิต จังหวัดปทุมธานี วันที่ ๑๘ มิ.ย. ๒๕๔๘
๘. โครงการ “ Share smile หน้าเปื้อนยิ้ม (ครั้งที่ ๒) ” ที่สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (บ้านราชาวดี)วันที่ ๙ ต.ค. ๒๕๔๘
๙. โครงการ “Share smile ซับน้ำตาอันดามัน” ที่จังหวัดพังงา วันที่ ๒๑-๒๔ ก.ค. ๒๕๔๘
๑๐. โครงการ “ Share smile หนาวนี้พี่มีผ้าห่มให้” ที่ บ้านสันเกร็ดทอง ตำบลป่างาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย วันที่๑๐-๑๒ ธ.ค. ๒๕๔๘
๑๑. โครงการ “ Share smile ซับน้ำตาชาวเหนือ” ที่โรงเรียนบ้านน้ำกราย ตำบลป่าแดง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ วันที่ ๗-๙ ก.ค. ๒๕๔๙
ในกรณีที่มีความเร่งด่วนเป็นความเดือดร้อนที่เกิดจากภัยธรรมชาติ กลุ่ม “Share smile” จะรวมตัวกันและรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือในทันทีเพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงมีโครงการเฉพาะกิจอีก ๑ โครงการ เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์สึนามิที่ภาคใต้ กลุ่ม “Share smile” ได้รวบรวมสิ่งของ และเงินบริจาค เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ วัดย่านยาว อำเภอเขาหลัก จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ ๒๙ ธ.ค. ๒๕๔๗

วิธีการดำเนินการของกลุ่มฯ จะเหมือนการดำเนินโครงการทั่วๆไป เริ่มจากการระดมความคิดเห็นภายในกลุ่มฯว่าจะทำโครงการอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม อย่างไร และเพื่อใคร เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงทำการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยส่งคนเข้าไปสำรวจพื้นที่ (Surway) เพื่อเก็บข้อมูลนำมาเขียนรายละเอียดของโครงการ หลังจากนั้นจะทำการประชาสัมพันธ์โครงการ ชี้แจงรายละเอียดแก่สมาชิกทั้งที่เป็นนักเรียนนายร้อย และสมาชิกภายนอกได้ทราบ แล้วเชิญชวนเข้าร่วมโครงการ การจัดหาทุนในการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมานั้น กลุ่มฯใช้วิธีการขอรับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง หรือผู้ที่รู้จัก เช่นนายทหารปกครอง อาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยฯ รวมทั้งวิธีการขอรับบริจาคเงินและสิ่งของจากนักเรียนนายร้อยด้วยกันเอง โดยใช้การประชาสัมพันธ์ตามกองวิชา และกองร้อย ที่เรียกว่า “การเดินบาตร” การขายของที่ระลึก เช่น สายรัดข้อมือ (Wrist Brand) เสื้อยืด ( T-Shirt ) แต่กิจกรรมที่น่าสนใจคือการเก็บของเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาขายหารายได้ เนื่องจากเมื่อสิ้นปีการศึกษา โรงเรียนนายร้อยฯ จะมีการเปลี่ยนกองร้อย ทำให้มีหนังสือ กระดาษและสิ่งของอื่นๆ ที่นักเรียนนายร้อยไม่ได้ใช้แล้วเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก เมื่อเก็บรวบรวมสิ่งของเหล่านี้ไว้ สามารถนำไปขายได้เงินเป็นจำนวนมากเพียงพอที่จะใช้เป็นทุนเริ่มต้นในการทำกิจกรรมของกลุ่มฯ ส่วนการขอสนับสนุนในเรื่องอื่นๆ เช่น ที่พัก อาหาร จะใช้การขอรับการสนับสนุนจากผู้ที่รู้จักหรือคุ้นเคยในพื้นที่ แต่สำหรับงบประมาณค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเดินทาง จะเก็บจากสมาชิกที่มาร่วมในโครงการนั้นๆ การดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ของโครงการนั้น สมาชิกทุกคนจะแบ่งงานกันทำ โดยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ตามความรู้ความสามารถ และความถนัดของแต่ละบุคคล ผลการดำเนินงานของสมาชิกแต่ละคนจะนำมาซึ่งผลรวมในการที่จะบรรลุเป้าหมายของโครงการนั่นเอง เมื่อโครงการได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการประเมินผลโครงการทุกครั้งว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการหรือไม่ มีข้อดี หรือข้อควรแก้ไขที่จะต้องนำไปปรับปรุงในการดำเนินการในโครงการครั้งต่อไปอย่างไร การประชุมกลุ่มเพื่อประเมินผลโครงการในครั้งสุดท้ายนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ที่แต่ละคนได้พบเห็นระหว่างดำเนินกิจกรรม ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อคิด ข้อเตือนใจ และข้อควรจดจำให้แก่กันและกันภายในกลุ่มฯ แล้วนำมาเป็นเรื่องบอกเล่าสืบต่อกันไป

กระบวนการสร้างเสริมอุดมการณ์ของกลุ่ม “Share smile” จะใช้วิธีการให้สมาชิกได้มาพบเห็น ได้สัมผัสกับเหตุการณ์จริงของผู้ตกทุกข์ได้ยากจากความยากไร้ จากภัยพิบัติ จนเกิดความรู้สึกสะเทือนใจ หรืออาจเป็นความประทับใจแก่สมาชิก และนำไปสู่การเกิดจิตสำนึกของความเสียสละประโยชน์สุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม มีความรู้สึกที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่พวกเขาเหล่านั้นโดยการเป็นผู้ให้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือในเรื่องสิ่งของ เงินบริจาค การให้คำปรึกษา คำปลอบใจ หรือแม้แต่การให้ความสนุกด้วยการจัดสันทนาการในรูปแบบต่างๆ ที่จะทำให้พวกเขามีรอยยิ้ม มีความสุข และมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นสู้ ในขณะเดียวกันทำให้สมาชิกเกิดความรู้สึกมีความสุขตามไปด้วย ดังจะเห็นได้จากคำสัมภาษณ์ต่อไปนี้
“...สำหรับผมที่เข้ามาร่วมตรงนี้ ก็จากโครงการเลี้ยงอาหารและบริจาคของที่บ้านเด็กอ่อนรังสิตนะครับ ...ตอนนั้นอยู่ชั้นหนึ่งนะครับ อยากกลับบ้านมากที่สุดในชีวิต สะดุดที่พี่เขามาชวน แล้วผมก็คิดในใจ แค่อยู่โรงเรียน ๕ วันก็ทรมานพอแล้ว อีกสองวันขอผมเป็นอิสระได้ไหม แต่เอาเข้าจริงๆแล้วอะไรไม่รู้ดันให้ผมไปขึ้นรถ แล้วไปเลี้ยงดูเด็กอ่อนที่รังสิต รู้สึกสงสารเด็กที่เขาไม่มีพ่อแม่ ขาดความอบอุ่น ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมยังมีอะไรดีกว่าเด็กพวกนี้เยอะมากนะครับ อะไรที่สามารถแบ่งปันให้พวกเขาได้...” ตุ้ย
“...ที่มาตอนแรกก็ไม่คิดอะไรมาก เพื่อนชวนมาทำ ก็อยากทำ...ทำครั้งแรกที่แม่ฮ่องสอนครับ เกิดความประทับใจ เพราะเราได้ไปเห็นสังคมอีกสังคมหนึ่งที่มันมีอยู่ในเมืองไทยจริงๆ สังคมที่แตกต่างจากเรา ทั้งที่อยู่แผ่นดินเดียวกัน ที่เราไม่เคยไปคิดถึงเขาส่วนนี้ว่ายังมีส่วนที่มีชีวิตอย่างนี้จริงๆพวกที่เขาไม่มีเสื้อผ้า หรือเด็กที่พวกผมไปรู้จัก ผมถามว่าหนาวไหม เขาบอกว่าหนาว แล้วทำไมถึงใส่เสื้อบางๆตัวเดียว เขาบอกว่ามีแค่นี้จริงๆ หนาวก็ต้องทน ตั้งแต่โครงการนั้นมา ก็เลยประทับใจว่าอย่างน้อยเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยปรับความเท่ากันของคนในแผ่นดินเดียวกัน...” โอ
“ ...ความประทับใจของผมครั้งล่าสุดที่ไปที่บ้านราชาวดีพิการซ้ำซ้อน คือเด็กที่นั้นพิการทั้งร่างกายและพิการทางสมองซ้ำอีกครั้งหนึ่ง มันรู้สึกหดหู่มาก แค่รถไปจอดหน้าบ้านปั๊บ เด็กวิ่งมา ผมอึ้งอยู่ครู่หนึ่งครับ ไม่กล้าลงรถ มันหดหู่มาก...คนกลุ่มนี้ต้องได้รับความช่วยเหลือจากสังคมต่อไปเรื่อยๆ และต้องรับไปจนตาย เพราะเขาไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่สามารถประกอบอาชีพเองได้...ตรงนี้เป็นความประทับใจที่ไปทำกิจกรรมแล้ว รู้สึกดีมาก ๆ ว่าอย่างน้อยเราก็ได้เห็นปัญหาตรงนี้...” เอ๋

นอกจากนี้แล้วยังมีการถ่ายทอดอุดมการณ์ของกลุ่มฯในลักษณะที่เป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่มีการชี้นำ ขู่เข็ญ บีบบังคับให้ยอมรับ แต่ใช้การพูดคุย บอกเล่าประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่ผ่านมาของรุ่นพี่ให้กับรุ่นน้องได้ฟัง การถ่ายทอดอุดมการณ์จากรุ่นสู่รุ่น สามารถทำได้ง่ายขึ้นถ้าสมาชิกมีความศรัทธาในรุ่นพี่ จะทำให้เขาเชื่อถือและยอมทำตามในสิ่งที่รุ่นพี่ได้บอกกล่าว อบรมสั่งสอน หรือแม้กระทั่งการได้เห็นแบบอย่างที่ดีของทูลกระหม่อมอาจารย์ และผู้บังคับบัญชาที่ผ่านมาในอดีตก็มีส่วนสำคัญยิ่งที่จะทำให้สมาชิกมีอุดมการณ์เกิดขึ้น ซึ่งในแต่ละครั้งที่มีโครงการ สมาชิกจะใช้เวลายามค่ำคืนหลังเลิกงานแล้ว มานั่งประชุมรอบกองไฟที่จุดขึ้น ณ ที่ใดที่หนึ่งในพื้นที่ หรือใช้สถานที่ภายในโรงเรียนนายร้อยฯ เช่น ศาลาวงกลม ห้องว่างกองร้อยใดกองร้อยหนึ่งเพื่อถ่ายทอดอุดมการณ์ ดังคำสัมภาษณ์ต่อไปนี้
“...วันนั้นที่แม่ฮ่องสอน มันหนาวครับ ก็เลยก่อไฟกัน เราก็เรียกน้องมานั่งคุยกันว่า ทำไม Share Smile ถึงเกิดขึ้น ทำไมเราต้องมานั่งตรงนี้กันครับ ก็คือสอนไปในเรื่องของ เราเป็นทหาร เราต้องรับใช้ประชาชน แต่ก่อนทหารเป็นนายของประชาชน แต่ต่อไปไม่ใช่แล้ว เรามีบทบาทใหม่ คือเราต้องเป็นผู้รับใช้ประชาชน เป็นรูปลักษณ์ใหม่ของทหาร พวกเราสอนเขาไปหลายอย่าง ต่างคนก็มีเรื่องเปลี่ยนกันขึ้นมาสอน ...” หนึ่ง
“...สิ่งที่ทำให้ผมสานต่องานของพี่ตรงนี้ก็คือ ผมประทับใจตรงที่ เราทำงานร่วมกัน เราเหนื่อยร่วมกันครับ แล้วทีนี้ตอนช่วงพัก พี่เขาจะเรียกน้องมาคุย เรียกคนที่มาร่วมงานมาคุย แล้วพี่เขาก็ประมาณว่าถ่ายทอดสิ่งดีๆให้กับน้องๆฟังครับ พวกอุดมการณ์ อะไรต่างๆนี้ และที่นี้น้องได้รับฟังครับรู้สึกจับใจครับ ว่าพี่เรามีอุดมการณ์ขนาดนี้ พี่เขาพยายามเสียสละเพื่อส่วนรวมครับ ก็ประทับใจในส่วนนี้ ก็บอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้เราต้องสานอุดมการณ์ของพี่เขาต่อไป ผมคิดว่าการจะมาทำอะไรอย่างนี้ เราต้องใช้อุดมการณ์ ถ้าเราไม่ใช้อุดมการณ์แล้ว เราจะมาทำงานเสียสละเพื่อส่วนรวมค่อนข้างยาก ฉะนั้น เราจะทำอย่างไรให้เรามีแรงต่อไป ก็คือเราต้องมีอุดมการณ์ แล้วก็ปัจจุบันนี้อุดมการณ์ของคนหลายๆคนลดลงครับ ทำให้เราทำงานตรงนี้ลดลง สิ่งเดียวที่จะทำให้เรามาทำงานตรงนี้ได้ คือ เราต้องหาอุดมการณ์ให้กับตัวเอง เพิ่มอุดมการณ์เข้าไป นั่นคือ มาทำงานกับพี่ เขา ก็จะต่ออุดมการณ์เหมือนประมาณว่าเติมเชื้อไฟ..” ชิน

ประโยชน์ที่ได้รับ
กิจกรรมกลุ่ม “Share smile” เป็นกิจกรรมที่นักเรียนนายร้อยดำเนินการเองทั้งหมด ไม่มีการขอรับการช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนจากโรงเรียนนายร้อยฯ ดังนั้นสิ่งที่นักเรียนนายร้อยได้รับจะเป็นประสบการณ์ทั้งในเรื่องของวิธีการทำงาน การทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือการเข้ากับคน ทำให้รู้จักคนมากขึ้น ฝึกตัวเองให้เป็นผู้นำ รู้จักการแก้ปัญหา มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน มีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจเมื่อจบเป็นนายทหาร รู้และเข้าใจบทบาททหารกับการพัฒนามากขึ้นอันจะนำไปสู่อุดมการณ์ชาติต่อไป
“ ...ถ้าเรามาฝึกงานตรงนี้ เราอาจจะรู้วิธีการทำงาน หรือการเข้ากับคน การทำงานกับพลเรือน ซึ่งอาจมีความเห็นที่ไม่ตรงกับเรา การทำงานกับพลเรือนจะต้องใส่ใจความรู้สึกของเขา ใส่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ อันนี้ก็เป็นข้อดี คือว่า มันเป็นโลกของความเป็นจริง เพราะโลกนี้ไม่มีทหาร ๑๐๐% ถ้ามันเป็นส่วนน้อยของสังคม เราต้องปรับตัวเข้ากับส่วนน้อยของสังคม ไม่ใช่ให้สังคมปรับเข้าหาเรา เป็นการฝึกการทำงานของตัวเอง เมื่อจบไป เมื่อได้รับภารกิจแบบนี้ เราจะทำได้หรือไม่...”เอ๋

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่สมาชิกกลุ่ม “Share smile” ได้รับ คือ ความสุขจากการเป็นผู้ให้ ทำให้ทุกคนยิ้ม รอยยิ้มแห่งความสุข และคำกล่าวขอบคุณอย่างชื่นชมที่กลับมายังสมาชิกของกลุ่ม จะเป็นพลังที่ทำให้พวกเขายึดมั่นในอุดมการณ์มากยิ่งขึ้น
“...ดีใจที่น้องๆ นักเรียนนายร้อย และโรงเรียนนายร้อยฯ ไม่ลืมพี่ๆและเหล่ากำลังพล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอำนาจการรบที่ไม่มีตัวตน แต่จะเป็นขวัญและกำลังใจอย่างมหาศาลให้กับทหารที่นี่ ผู้บังคับบัญชานั้นจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งสิ่งที่ได้สั่งการลงไปและไม่ได้สั่งการลงไป เมื่อได้รับความชอบก็ได้ความชอบร่วมกัน แต่เมื่อผิดพลาดดังเช่นครั้งนี้ พวกเราก็จะต้องร่วมกันรับผิดชอบและจะต้องไม่ซ้ำเติมกัน การทำงานจะต้องเอาประสบการณ์ความผิดพลาดมาประยุกต์เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง...” ผบ.พลพัฒนาที่ ๔ กล่าวในโอกาสที่ กลุ่ม “Share smile” เข้าพบเพื่อให้กำลังใจแก่กำลังพลกองพลพัฒนาที่ ๔ในโครงการ “Share smile ร่วมดับไฟใต้ ” ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๑๓ ม.ค. ๒๕๔๗
สำหรับประโยชน์ประการสุดท้ายคือ รูปแบบในการดำเนินโครงการของกลุ่ม “Share smile” จะเป็นการเสริมสร้างอุดมการณ์ “การเสียสละประโยชน์สุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม” ให้เกิดแก่สมาชิกของกลุ่มฯ ไม่ว่าจะเป็นการให้มาเห็นหรือสัมผัสกับความทุกข์ยากของผู้อื่น หรือการบอกเล่าข้อคิด ข้อเตือนใจจากการทำโครงการในแต่ละครั้ง ตลอดจนตัวอย่างของการทำงานเพื่อส่วนรวมของบุคคลสำคัญที่น่าจะเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตที่ดีงาม จนทำให้สมาชิกเกิดจิตสำนึกที่จะยึดถือปฏิบัติตาม ซึ่งจะนำไปสู่อุดมการณ์ของชาติได้นั้น รูปแบบเหล่านี้ทางโรงเรียนนายร้อยหรือสถาบันการศึกษาแห่งอื่นๆ ควรจะนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างกระบวนการปลูกฝังอุดมการณ์ให้เกิดแก่นักเรียนนายร้อย หรือนิสิตนักศึกษา และเมื่อเยาวชนคนรุ่นใหม่มีจิตสำนึกในเรื่องอุดมการณ์มากยิ่งขึ้นแล้วจะเป็นประโยชน์ทั้งกับกองทัพและสังคมไทยในอนาคตสืบต่อไป

จากการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าไปร่วมกิจกรรมในโครงการ “Share smile ซับน้ำตาชาวเหนือ” ระหว่างวันที่ ๗-๙ ก.ค. ๒๕๔๙ ได้เห็นการดำเนินการของกลุ่มในการเข้าไปช่วยเหลือ ปรับปรุง ซ่อมแซมสนามเด็กเล่นโรงเรียนบ้านน้ำกราย ตำบลป่าแดง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ รวมทั้งมีกิจกรรมในการรักษาพยาบาลแก่ชาวบ้าน และจัดกิจกรรมสันทนาการให้แก่เด็กภายในหมู่บ้าน ผู้เขียนรู้สึกประทับใจที่สมาชิกของกลุ่มฯ ไม่ว่าหญิงหรือชาย หรือแม้แต่อยู่ต่างสถาบัน ได้ช่วยกันทำงานอย่างเข้มแข็ง เอาจริงเอาจัง แต่แฝงไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริง ทำให้ชาวบ้านและเด็กมีความสุขสามารถสร้างรอยยิ้มอย่างจริงใจบนใบหน้าของพวกเขา ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมบางประการต่อกลุ่ม “Share smile” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำโครงการต่อไป ดังนี้ จากเดิมโครงการต่างๆ ที่กลุ่ม ฯ ได้ดำเนินการมาจะไม่มีการขอรับการสนับสนุนจากโรงเรียนนายร้อยฯ แต่โครงการในครั้งนี้ได้มีการขอรับการสนับสนุนรถของโรงเรียนนายร้อยฯ ซึ่งเมื่อถึงวันกำหนดเดินทาง โรงเรียนนายร้อยฯไม่สามารถให้การสนับสนุนรถได้ กลุ่มฯ จึงต้องมีการปรับแผนเฉพาะหน้าโดยการเช่ารถจากภายนอก นับเป็นบทเรียนประการหนึ่งที่กลุ่มฯ ได้รับ คือ การขอรับการสนับสนุนจากโรงเรียนนายร้อยฯ จะทำให้พบกับปัญหาเป็นอย่างมาก เนื่องจากติดขัดด้วยกฎระเบียบต่างๆมากมาย ทำให้เกิดความไม่คล่องตัวตามมา ดังนั้นกลุ่มฯ ควรพยายามยึดตามเจตนารมณ์เดิมในการดำเนินกิจกรรม คือ ต้องพยายามทำทุกอย่าง ทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ไม่ควรขอรับการสนับสนุนจากโรงเรียนนายร้อยฯ หรือหากจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนควรขอจากบุคคลที่มีอำนาจสามารถตัดสินใจได้ จึงจะทำให้การดำเนินงานราบรื่นขึ้น และในโครงการเดียวกัน มีชาวบ้านจำนวนไม่มากนักที่เข้ามามีส่วนร่วมทำกิจกรรมของกลุ่มฯ ในการซ่อมแซมสนามเด็กเล่น ดังนั้น ในช่วงของการสำรวจพื้นที่ ควรที่จะมีการติดต่อประสานงานกับผู้นำชุมชนว่ากลุ่มฯ จะทำอะไร และต้องการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมกับกลุ่มฯ อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกของการเสียสละต่อชุมชน สำหรับนักเรียนนายร้อยจะเห็นได้ว่ามีนักเรียนนายร้อยในรุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องจำนวนค่อนข้างน้อยที่เข้ามาร่วมโครงการครั้งนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงที่เป็นวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ส่วนใหญ่ต้องการที่จะเดินทางกลับบ้าน และมีการแข่งขันกีฬาเหล่า ประกอบกับวัฒนธรรมองค์กรภายในโรงเรียนนายร้อยฯ ที่รุ่นน้องมักจะเกรงใจรุ่นพี่ๆ จึงไม่กล้าที่จะเข้ามาร่วมโครงการ ฉะนั้น สมาชิกรุ่นพี่ควรมีการประชาสัมพันธ์หลักการและวัตถุประสงค์ของกลุ่มให้มากยิ่งขึ้น อนึ่ง ถึงแม้ว่ากลุ่มฯจะเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมายในการดำเนินการ ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดปัญหาในการดำรงคงอยู่ของกลุ่มฯ แต่กลับพบว่าปัญหาและอุปสรรคที่กลุ่มฯต้องเผชิญนั้น ได้ทำให้สมาชิกเกิดความสามัคคีช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆ จนเกิดเป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง สามารถถ่ายทอดให้กับสมาชิกใหม่ที่เข้ามาภายหลังได้ทราบและนำไปเป็นข้อคิด ข้อเตือนใจในการปฏิบัติจนสู่ความเข้มแข็งและการดำรงอยู่ของกลุ่มฯต่อไป ในส่วนของโรงเรียนนายร้อยฯ ควรยอมรับการดำรงอยู่ของกลุ่ม “Share smile” และถือว่าเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถในการปลูกฝังอุดมการณ์ให้เกิดขึ้นกับนักเรียนนายร้อยได้ในลักษณะที่ไม่เป็นทางการ ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะเข้าไปแทรกแซงการดำเนินการของกลุ่มฯ หรือพยายามที่จะดึงกลุ่มฯ เข้ามาอยู่ในระบบของทางราชการ ซึ่งในแนวคิดหรือทฤษฎีของกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์นั้น จำเป็นที่จะต้องมีทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการเพื่อเป็นแรงเสริมซึ่งกันและกัน จึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิตนายทหารสัญญาบัตรให้กับกองทัพบก

บทสรุป
กลุ่ม “Share smile” เกิดจากการรวมพลังกันของนักเรียนนายร้อย และนิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ได้เข้ามาร่วมแรง ร่วมใจกันทำกิจกรรมโดยใช้เวลาว่างในวันหยุดให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ด้วยการขอรับบริจาคเงินและสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธานำออกไปช่วยเหลือ หรือแม้แต่การทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่พวกเขาเหล่านั้น สำหรับกระบวนการสร้างเสริมอุดมการณ์ของกลุ่ม ใช้วิธีการให้สมาชิกของกลุ่มได้พบเห็นและสัมผัสกับผู้ตกทุกข์ได้ยากเหล่านั้น จนเกิดความรู้สึกสะเทือนใจคิดที่จะหาหนทางช่วยเหลือ อันจะนำไปสู่การสร้างจิตสำนึกของการเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น นอกจากนั้นการถ่ายทอดอุดมการณ์โดยการบอกเล่าตัวอย่างที่ดีของผู้ที่เสียสละให้แก่สังคม ตลอดจนประสบการณ์ ข้อคิด ข้อเตือนใจจากการทำกิจกรรม สมาชิกกลุ่มฯ เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมครั้งหนึ่งแล้ว จะมีความรู้สึกต้องการทำกิจกรรมในโครงการอื่นๆ ของกลุ่มฯอีก รวมทั้งพยายามชักชวนเพื่อนๆให้เข้ารวมกลุ่มฯ เพิ่มมากขึ้น สำหรับโรงเรียนนายร้อยฯ ควรเป็นเพียงการรับทราบการดำรงอยู่ของกลุ่ม “Share smile” และให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มฯ เท่าที่จำเป็นเท่านั้น การดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม “Share smile” นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อโรงเรียนนายร้อยฯในการนำไปประยุกต์ใช้เป็นตัวแบบ (Model) ที่จะสร้างเสริมอุดมการณ์ชาติไทยให้แก่นักเรียนนายร้อย โดยการพัฒนาสร้างเสริมจิตสำนึกจากอุดมการณ์ของกลุ่มที่เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น มาเป็นการเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวมหรือประเทศชาติต่อไป เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า “ เกิดมาต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดิน ”

ไม่มีความคิดเห็น: